วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2555

3 เมืองสวย

เพลินตาเพลินใจ 3 เมืองสวย พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์

พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ถ้าหากคุณลองเปิดแผนที่ประเทศดูจะเห็นว่าพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัดมีอาณาเขตติดต่อกัน และแต่ละจังหวัดก็สถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นขึ้นชื่อไม่ซ้ำกัน เป็น 3 เมืองที่น่าเที่ยวมากที่สุด ที่เราจะชวนทุกคนไปเที่ยวด้วยกันในครั้งนี้
หลายต่อครั้งได้เดินทางไปเที่ยว พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ทีละจังหวัด แต่ยังไม่เคยได้เที่ยวครบทั้งสามจังหวัดในทริปเดียวเหมือนครั้งนี้ จนกระทั่งมีโอกาสดีได้รับคำชวนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต จำกัด และ นิตยสารท่องเที่ยวโวยาจ จัดทริปพิเศษไป เพลินบุญ เพลินตา เพลินใจ เติมความสุขและรอยยิ้มไปกับ เมืองไทย Smile club เดินทางท่องเที่ยวในเส้นทาง 3 จังหวัด พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แบบพร้อมเพรียง... เมื่อพร้อมแล้วก็ออกเดินทางไปสัมผัสความสวยงามกันด้วยกันได้เลย

เพลินบุญ กับเส้นทางแห่งศรัทธา
จังหวัดแรกที่เราไปเยือน คือ พิจิตร เมืองชาละวันชื่อดังที่หลายคนรู้จักกันดี เราแวะเที่ยว วัดโพธิ์ประทับช้าง อ. โพธิ์ประทับช้าง สถารที่ประสูติสมเด็จพระศรีสรรเพ็ชร์ที่ 8 หรือ พระเจ้าเสือแห่งกรุงศรีอยุธยา ภายในวัดมีโบสถ์ศิลปะสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ประดิษฐานหลวงพ่อโต พระประธานศักดิ์สิทธิ์ ให้ทุกคนได้ไหว้สักการะขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล
พิจิตร เป็นเมืองเล็กๆ ที่สงบและน่าอยู่ เมื่อมาถึงเมืองแห่งนี้พลาดไม่ได้ที่ต้องแวะไปสักการะ หลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวง พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของบ้านพิจิตร มาวัดนี้นอกจากทุกคนเพลินตาเพลินใจกับความสวยงามของวัดที่อยู่ติดริมน้ำ และได้ทำบุญจนอิ่มอกอิ่มใจแล้ว หากมาเที่ยวในช่วงต้นเดือนกันยายน บริเวณหน้าวัดท่าหลวงจะมีงานแข่งเรือยาวของฝีพายจากทั่วสารทิศ เทศกาลแข่งเรือยาวของเมืองนี้มีชื่อโด่งดังไปทั่วประเทศ ใครที่ชอบชม ชอบเชียร์กีฬาเรือยาว พลาดไม่ได้กับกิจกรรมสนุกๆ นี้
แวะทำบุญที่เมืองชาลวันกันอิ่มใจแล้ว ก็มุ่งหน้าไปเมืองสองแคว พิษณุโลก ไปกราบพระพุทธชินราช ที่วัดพระศรีมหาธาตุวรวิหาร วัดนี้ชาวพิษณุโลกเรียกกันว่าวัดใหญ่ ทุกวันจะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศมากราบสักการะขอพรกันตลอดทั้งวัน พระพุทธชินราชเป็นพระพุทธรูปที่ว่ากันว่าสวยงามที่สุดองค์หนึ่งของประเทศ ไหว้พระเสร็จรอบวัดยังมีของฝากมากมายให้เลือกอุดหนุน มาวัดนี้วัดเดียวได้ทั้งบุญ และของฝากกันไปฝากเพื่อนแบบครบครันจริงๆ

เพลินใจกับธรรมชาติ
พิษณุโลก มีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติมากมาย เช้าวันนี้เราเดินทางออกนอกเมืองพิษณุโลก ไปเที่ยว อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า หล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์การต่อสู้ทางอุดมการณ์ของชนชาติ ไทยที่สำคัญในอดีต อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตั้งอยู่บนรอยต่อสามจังหวัด คือ พื้นที่อำเภอด่านซ้าย ของจังหวัดเลย พื้นที่อำเภอนครไทย ของจังหวัดพิษณุโลก และพื้นที่อำเภอหล่มสัก ของจังหวัดเพชรบูรณ์ มีอาณาเขตพื้นที่ประมาณ 191,875 ไร่ ถือเป็นแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติที่สำคัญแห่งหนึ่งของไทย และมีสถานที่ท่องเที่ยวงดงามมากมาย อาทิ
ลานหินแตก ลานหินขนาดใหญ่กินอาณาบริเวณ กว้างขวางถึง 40 ไร่ ลักษณะของลานหินเสมือนรอยแตกเป็นแนวร่องเหมือนแผ่นดินที่แยกออกจากกัน สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการโก่งตัวหรือเคลื่อนตัวของผิวโลกในอดีต บริเวณลานหินแตกยังถูกปกคลุมไปด้วยพืชตระกูลมอส ไลเคน ตะไคร่ เฟิร์น ต้นกระดุมเงิน ดอกไม้ป่า และกล้วยไม้สีสันสดสวยแปลกตามากมาย ให้ชมผลัดเปลี่ยนกันไปตามฤดูกาล
จากนั้นพวกเราเดินทางไปเที่ยว ลานหินปุ่ม ลักษณะคล้ายกับลานหินแตก แต่แปลกประหลาดที่ธรรมชาติได้รังสรรค์ขึ้นนั้นตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง คือ ไม่ได้แตกเป็นร่องลึกแต่นูนโค้งเป็นทรงกลมบ้าง ครึ่งวงกลมบ้าง ไม่ก็รีเรียวบิดเบี้ยวบ้าง สันนิษฐานว่าเกิดจากการสึกกร่อนตามธรรมชาติของหินมาเป็นระยะเวลานับพันนับหมื่นปี แล้ว ลานหินปุ่มตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 4 กิโลเมตร ทำเลที่ตั้งอยู่บริเวณริมหน้าผา ลมพัดเย็นสบาย มองลงไปเป็นผืนป่ากว้างสุดสายตา เหมาะสำหรับการหย่อนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะบรรยากาศยามเย็นช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตกดินถือว่าเป็นช่วงที่สวยช่วง หนึ่งของที่นี่เลยก็ว่าได้
ห่างออกจากลานหินปุ่มอีกเพียง 500 เมตร เป็นที่ตั้งของ ผาชูธง ลักษณะป็นเพิงผาสูงชัน สามารถมองทิวทัศน์บริเวณโดยรอบได้เกือบ 360 องศา เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกจุดหนึ่งที่เหมาะสำหรับการมานั่งรอชมบรรยากาศอาทิตย์ ลับขอบฟ้าในอดีตเคยเป็นสถานที่ที่กลุ่ม ผกค. ขึ้นไปชูธงแดงรูปค้อนเคียวทุกครั้งที่ทำการรบชนะฝ่ายรัฐบาล ปัจจุบันทางอุทยานฯ ได้นำธงชาติไทยขึ้นไปปักปันไว้แทน นอกจากนี้ ภายในบริเวณอุทยานฯ ยังประกอบไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิเช่น พิพิธภัณฑ์การสู้รบ, โรงเรียนการเมืองการทหาร, กังหันน้ำ, สำนักอำนาจรัฐ, โรงพยาบาลรัฐ, ลานอเนกประสงค์, สุสาน ทปท., ที่หลบภัยทางอากาศ และหมู่บ้านมวลชน เป็นต้น เหมาะสำหรับผู้สนใจมาศึกษาการสู้รบและแนวคิดทางอุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกันระหว่างคนไทยด้วยกันเองในอดีต
อิ่มเอมกับความสวยงามของธรรมชาติ และอากาศแสนบริสุทธิ์แล้ว ก็ได้เวลาไปเพลินพิศความงามของเมืองเพชรบูรณ์กันต่อ เราออกเดินทางสู่ เขาค้อ เมืองท่องเที่ยวสุดแสนชิลล์และอากาศเย็นสบายไม่ต่างจากเมืองในขุนเขาทางภาคเหนือ
 
แวะไหว้ พระธาตุผาซ่อนแก้ว ชมความงดงามของเดจีย์สีเหลืองทองอร่ามที่เห็นโดดเด่นจับตามาแต่ไกล มาที่นี่นอกจากจะได้สัมผัสบรรยากาศอันแสนเงียบสงบของสถานที่ ซึ่งเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมแล้ว เรายังได้สักการะพระบรมสารีริกธาตุในองค์พระธาตุเพื่อเป็นสิริมงคลของชีวิตอีกด้วย

เพลินตา ด้วยทัศนียภาพธรรมชาติที่สวยงาม
เข้าที่พักนอนหลับฝันดี ตื่นมาทักทายชมทะเลหมอกที่ลอยอ้อยอิ่งยามเช้า ก็ออกไปเพลินตาและเพลินบุญ แวะสักการะ พระบรมธาตุกาญจนาภิเษก เพื่อเป็นสิริมงคลอีกแห่ง และเข้าชม ฐานอิทธิและอนุสรณ์สถานผู้เสียสละ สถานที่แสดงเรื่องราวสมรภูมิเขาค้อในสนามรบจริง แล้วไปอุดหนุนของฝากที่ ไร่กำนันจุล เลือกซื้อของฝากสินค้าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรมากมาย อาทิ สละ มะขามหวาน ฯลฯ ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ แบบชิลล์ๆ
พวกเราที่ไปเทียวด้วยกันในทริปนี้ต่างลงความเห็นกันว่า เป็นทริปเพลินบุญ เพลินตา เพลินใจ ที่สนุกและประทับใจที่สุดอีกทริปหนึ่งเลยละ


ที่มา  :  http://travel.sanook.com/

มรดกโลก

เที่ยวมรดกโลก ตามรอยประวัติศาสตร์ความเป็นไทย


เคยสงสัยความเป็นไทย กันบ้างหรือไม่? บรรพบุรุษของเรามีรกรากถิ่นฐานจากที่ใด? กว่าจะหล่อหลอมรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทยนั้นมีที่มาเป็นอย่างไร? ล้วนแล้วเป็นสิ่งที่ชวนให้ค้นหาคำตอบยิ่งนัก!
ผู้เขียนได้มีโอกาสเดินทางร่วมกับกรมศิลปากร ในโครงการเผยแพร่มรดกศิลปวัมนธรรมของชาติ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ ๒ ภายใต้หัวข้อ "ชมแหล่งมรดกโลก อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย - ศรีสัชนาลัย - กำแพงเพชร เข้าสู่พระราชวังจันทน์ สักการะพระพุทธชินราช จ.พิษณุโลก" เป็นทริปที่อัดแน่นไปด้วยความรู้ จากคุณสุนิสา จิตรพันธ์ ผู้อำนวยการบรหารกลาง กรมศิลปากร ทำหน้าที่บอกเล่าประวัติศาสตร์อย่างรู้ลึกรู้จริงโดยมิได้เหน็ดเหนื่อย
หลายคนอาจเคยนึกสงสัยว่าความเป็นชาติไทยเริ่มต้นมาจากที่ใด เราเคยเรียนรู้จากประวัติศาสตร์มาตั้งแต่เด็กว่าคนไทยมีการอพยพมาจากเทือกเขาอัลไต ประเทศจีน เราก็ท่องจำกันเรื่อยมา ปัจจุบันมีนักวิชาการที่ทำการค้นคว้าตามหลักฐานที่ยังคงเหลืออยู่ จึงเกิดข้อขัดแย้งจากเดิม เอาเป็นว่าชนชาติไทยมีการอพยพกันเรื่อยมา อาศัยอยู่ในที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีชุมชนที่ขนาดใหญ่และเข้มแข็งกว่าจนตั้งรกรากในดินแดนที่เชื่อสุวรรณภูมิ หากสืบสาวราวเรื่องความเป็นต้นตระกูลไทยในวันนี้ผู้เขียนคงต้องทำการบ้านอย่างหนักเพราะจะมีความหลากหลายในเรื่องของวิชาการที่ได้ค้นคว้าจากทางประวัติศาสตร์
อาณาจักรสุโขทัยจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะเชื่อว่ามีการเริ่มใช้ภาษาไทยของเราเองในสมัยพ่อขุนรามคำแหง ก็คือสมัยกรุงสุโขทัย มีภาษาเขียนของตนเอง เห็นได้จากหลักศิลาจารึก ที่พบในวัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ในอดีตวัดมหาธาตเป็นวัดที่สำคัญถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางของเมืองสุโขทัย ทำให้มีวัดวาอารามมากมาย ที่เป็นสถาปัตยกรรมสมัยสุโขทัย มีความโดดเด่นในเรื่องเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์หรือทรงดอกบัวตูมนั้นเอง ฐานสร้างเป็นสี่เหลี่ยมซ้อนกันสามชั้น องค์เจดีย์เป็นเหลี่ยมย่อมุม
พระเจดีย์มหาธาตเป็นเจดีย์ประธาน ฐานชั้นล่างสุดมีพระพุทธสาวกเดินพนมมือประทักษิณบนฐานเดียวกันมีปรางค์ ๔ องค์ ตั้งอยู่ทั้ง ๔ ทิศ และบริเวณมุมทั้ง ๔ ทิศ มีเจดีย์ทรงปราสาทแบบศรีวิชัยผสมลังกา ๔ องค์ ลักษณธเป็นเจดีย์บริวารของเจดีย์ประธาน อีกลักษณะหนึ่งที่ได้รับความนิยมในช่วงนั้นก็คืยเจดีย์ทรงกลมลังกา เป็นเจดีย์ที่รับอิทธิพลมาจากลังกา เจดีย์จะมีฐานสี่เหลี่ยมยกสูง มีความโดดเด่นโดยมีการประดับที่ฐานเป็นรูปปั้นช้างล้อมรอบฐานเจดีย์ ทำให้มีการสร้างในลักษณะเดียวกันค่อนข้างเยอะ
ถึงแม้อากาศจะร้อนเพียงใด แต่ด้วยเรื่องราวของประวัติศาสตร์ความเป็นชนชาติไทยทำให้ ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับความรู้ ความเข้าใจ ในรู้ซึ้งตระหนักถึงคุณค่าอันยิ่งใหญ่ ของมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ เรื่องราวดี ๆ ยังมีอีกมากมาก ต้องขอขอบคุณ กรมศิลปากรที่ให้โอกาสผู้เขียนได้ร่วมเรียนรู้ในครั้งนี้ ในตอนหน้ายังมีเรื่องราวดี ๆ ของประวัติศาตร์รออยู่นะคะ ติดตามได้ในตอนต่อไปคะ

ที่มา  :  http://travel.sanook.com/950843

ภูทับเบิก - ภูหินร่องกล้า

หนาวสุดใจ...เที่ยวสุขสบาย...สไตล์ภูทับเบิก - ภูหินร่องกล้า

หลายคนว่า หนาวนี้ยาว..และอาจหนาวชอนลึกเข้าไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ ว๊าว..ได้ยินแค่นี้ หัวใจพเนจรของใครหลายคนก็กระโจนทะยานไปอาบหมอกผิงไฟบนยอดภูกันหมดแล้ว และก็แน่ล่ะ..ไม่เว้นแม้แต่กองบรรณาธิการของชาวเรา ‘คู่หูเดินทาง' ฉบับนี้ด้วย พวกเราจึงลงมติเป็นเอกฉันท์ว่า คู่หูเดินทางฉบับส่งท้ายปี เราจะพาคุณผู้อ่านไปเที่ยวรับ ไอหมอกยามเช้าบนยอดเขาที่สูงที่สุดของจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมชมทะเลกระหล่ำปลีที่สวยงามบน ‘ภูทับเบิก' ต่อด้วยช่วงยามเย็นก่อนพระอาทิตย์อัสดงชมทะเลภูเขาเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ ณ ‘ภูหินร่องกล้า' จังหวัดพิษณุโลก เรียกได้ว่ามาทริปนี้ทริปเดียวเที่ยวกันจุใจกับ 2 ภูดู 2 บรรยากาศ เป็นการเที่ยวแบบหนึ่งวันเต็มๆ เลยทีเดียว การเดินทางไปยัง 2 จุดนี้อยู่ไม่ไกลกันมากแต่ระยะทางค่อนข้างคดเคี้ยวและสูงชันเป็นบางช่วง จึงต้องใช้ความระมัดระวังในการขับขี่รถยนต์ทุกชนิด หนาวนี้หากชาวคู่หูเดินทางยังไม่มีโปรแกรมท่องเที่ยวที่ไหน ภูทับเบิก และ ภูหินร่องกล้า น่าจะเป็นสถานที่อีกแห่งที่จะสร้างความประทับใจให้คุณและคนที่คุณรักไปอีกนานเท่านาน
ภูทับเบิก
ภูทับเบิก ถือเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของจังหวัดเพชรบูรณ์ (1,768 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง) แม้จะเปิดตัวเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับคนที่ลุ่มหลงความหนาวได้ไม่นานนัก ทว่าทิวเขาเทือกนี้ก็กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวฮอตฮิตติดชาร์ท UNSEEN THAILAND ได้อย่างรวดเร็ว นั่นอาจเป็นผลมาจากลมส่งหลายประการ อย่าง..‘ระยะทาง' ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เกินไปนัก ขับรถพลิ้วๆ เพลินๆ ไม่ถึง 400 กิโลเมตร ก็มีโอกาสมาสัมผัสกับทะเลกะหล่ำบนยอดเขาในมุมมองแบบสุดสายตา-พานอรามาแล้ว ‘สภาพอากาศ' โดยทั่วไปของภูทับเบิกที่หนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี อันเนื่องมาจากอิทธิพลของ ‘ร่องอากาศเย็น' จากเทือกเขาหิมาลัย ประกอบกับทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่บนที่สูง แม้จะเป็นช่วงฤดูร้อนก็ยังให้ความรู้สึกเย็นสบายในยามค่ำคืน ขณะที่ช่วงฤดูหนาวกลางเดือนธันวาคมอย่างนี้ โอกาสที่ชาวคู่หูเดินทางจะต้องนอนซุกใต้ผ้าห่มท่ามกลางอุณหภูมิต่ำสิบ (องศาเซลเซียส) นั้นมีสูงมาก ‘ที่พัก อาหารการกิน' หลากหลายและสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นการตั้งแค้มป์นอนคุยกันบนยอดภูประสาเพื่อนฝูง หรือลงมาหารีสอร์ตฮิพๆ ชิลๆ ย่านเขาค้อนอนสบายๆ กับคนรู้ใจ ก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร แถมที่นี่ยังเป็นแหล่งผลิตพืชผักและผลไม้ฤดูหนาวที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศอีกด้วย เหล่านี้ล้วนเป็นเหตุที่ส่งผลให้นักเดินทางจำนวนมากมายติดใจและพากันบอกปากต่อปาก ให้คนที่รู้จักหาโอกาสมาเยือนแหล่งท่องเที่ยว UNSEEN แนวธรรมชาติแห่งนี้
ภูทับเบิกตั้งอยู่ห่างจากตัวจังหวัดเพชรบูรณ์ประมาณ 97 กิโลเมตร ที่มาที่ไปของชื่อภูแปลกแปร่งหูนี้ก็เพราะทำเลที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจาก ‘หมู่บ้านม้งทับเบิก' ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลวังตาล (ห่างจากตัวอำเภอหล่มเก่า ประมาณ 40 กิโลเมตร) สำหรับนักท่องเที่ยวที่ปรารถนาจะสัมผัสความหนาวเยือกของยอดภูทับเบิกในยามค่ำคืน อาจต้องเตรียมการล่วงหน้าสักเล็กน้อย โดยควรแจ้งความประสงค์ไปยังเจ้าของพื้นที่ คือ อบต.วังบาล ว่าต้องการพักค้างแรมลักษณะไหน จะตั้งแค้มป์กางเต็นท์ หรือจะขอเข้าพักในบ้านที่ทาง อบต. จัดเตรียมไว้ (มีจำนวนจำกัด) หน่วยงานในพื้นที่อีกแห่งที่พอจะรองรับนักท่องเที่ยวได้คือ บ้านพักสถานีอนามัยทับเบิก ซึ่งรองรับได้จำนวนจำกัดเช่นกัน ฝั่ง ตรงข้ามกับหน่วยพิทักษ์ภูทับเบิก สถานีอนามัยภูทับเบิกจะเป็นจุดชมวิวอีกจุดหนึ่งที่เรียกน้ำย่อยให้กับนักท่องเที่ยวก่อนถึงจุดสูงสุด พร้อมมีการนำผลิตผลทางการเกษตรของชาวม้งมาจำหน่ายกันด้วย อาทิ เบบี้ แครอท กระหล่ำปลี ผักกาดขาว แตงกวายักษ์ ถั่วหวาน ถั่วลันเตา เป็นต้น ราคาไม่แพงสามารถต่อรองได้อีกนิดหน่อย
ภูหินร่องกล้า
ไม่ไกลจากทุ่งหมอกและทะเลกะหล่ำแห่งภูทับเบิก คือที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์การต่อสู้ทางอุดมการณ์ของชนชาติไทยที่สำคัญในอดีต อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตั้งอยู่บนรอยต่อสามจังหวัด คือ พื้นที่อำเภอด่านซ้าย ของจังหวัดเลย พื้นที่อำเภอนครไทย ของจังหวัดพิษณุโลก และพื้นที่อำเภอหล่มสัก ของจังหวัดเพชรบูรณ์ มีอาณาเขตพื้นที่ประมาณ 191,875 ไร่ ถือเป็นแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติที่สำคัญแห่งหนึ่งของไทย จึงไม่แปลกที่ภูหินร่องกล้าจะประกอบไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่งดงามอลังการมากมาย อาทิ..
+ ลานหินแตก
เป็นลานหินขนาดใหญ่กินอาณาบริเวณกว้างขวางถึง 40 ไร่ ลักษณะของลานหินเสมือนรอยแตกเป็นแนวร่องเหมือนแผ่นดินที่แยกออกจากกัน สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการโก่งตัวหรือเคลื่อนตัวของผิวโลกในอดีต จึงทำให้พื้นหินบริเวณนี้แตกออกเป็นแนว บางร่องบางรอยมีขนาดไม่กว้างนัก พอก้าวข้ามไปได้ ขณะที่บางรอยกว้างจนไม่สามารถจะกระโดดข้ามได้ บริเวณลานหินแตกยังถูกปกคลุมไปด้วยพืชตระกูลมอส ไลเคน ตะไคร่ เฟิร์น ต้นกระดุมเงิน ดอกไม้ป่า และกล้วยไม้สีสันสดสวยแปลกตามากมาย ให้ชมผลัดเปลี่ยนกันไปตามฤดูกาลอีกด้วย ลานหินแตกตั้งอยู่ห่างจากฐานพัชรินทร์ ประมาณ 300 เมตร
+ ลานหินปุ่ม
ลักษณะสัณฐานคล้ายกับลานหินแตก ทว่าความแปลกประหลาดที่ธรรมชาติได้รังสรรค์ขึ้นนั้นตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง คือ ไม่ได้แตกเป็นร่องลึกแต่นูนโค้งเป็นทรงกลมบ้าง ครึ่งวงกลมบ้าง ไม่ก็รีเรียวบิดเบี้ยวบ้าง คาดว่าเกิดจากการสึกกร่อนตามธรรมชาติของหินมาเป็นระยะเวลานับพันนับหมื่นปีแล้ว ลานหินปุ่มตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 4 กิโลเมตร ทำเลที่ตั้งอยู่บริเวณริมหน้าผา ลมพัดเย็นสบาย มองลงไปเป็นผืนป่ากว้างสุดสายตา เหมาะสำหรับการหย่อนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะบรรยากาศยามเย็นช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตกดินถือว่าเป็นช่วงที่สวยช่วงหนึ่งของที่นี่เลยก็ว่าได้ แต่อย่าชมกันจนเพลินหล่ะ เผื่อเวลาไว้สำหรับตอนเดินกลับออกไปยังลานจอดรถด้วย ประมาณ 1 กิโลเมตรเห็นจะได้ และยิ่งในช่วงหน้าหนาวท้องฟ้าจะมืดไว้มากควรพกไฟฉายติดตัวไว้อุ่นใจแน่นอน
+ ผาชูธง
เป็นจุดที่ตั้งอยู่ห่างออกจากลานหินปุ่มอีกเพียง 500 เมตร ลักษณะเป็นเพิงผาสูงชัน สามารถมองทิวทัศน์บริเวณโดยรอบได้เกือบ 360 องศา เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกจุดหนึ่งที่เหมาะสำหรับการมานั่งรอชมบรรยากาศอาทิตย์ลับขอบฟ้า (แต่ควรพิจารณาเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากมีพื้นที่แคบ) ในอดีตบริเวณนี้เคยเป็นสถานที่ที่กลุ่ม ผกค. ขึ้นไปชูธงแดงรูปค้อนเคียวทุกครั้งที่ทำการรบชนะฝ่ายรัฐบาล ปัจจุบันทางอุทยานฯ ได้นำธงชาติไทยขึ้นไปปักปันไว้แทน
นอกจากนี้ ภายในบริเวณอุทยานฯ ยังประกอบไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิเช่น พิพิธภัณฑ์การสู้รบ, โรงเรียนการเมืองการทหาร, กังหันน้ำ, สำนักอำนาจรัฐ, โรงพยาบาลรัฐ, ลานอเนกประสงค์, สุสาน ทปท., ที่หลบภัยทางอากาศ และหมู่บ้านมวลชน เป็นต้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาการสู้รบและแนวคิดทางอุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกันระหว่างคนไทยด้วยกันเองในอดีต ในส่วนของที่พักและร้านอาหาร ทางอุทยานฯ ได้ทำการก่อสร้างอาคารบ้านพักและร้านอาหารไว้อย่างสวยงาม ภายใต้ร่มเงาของป่าสนสองใบและสามใบ นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อขอจองบ้านพักได้โดยตรงกับสำนักงานอุทยานฯ และทางเว็บไซต์ ภูหินร่องกล้า ถือเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีการจัดการการท่องเที่ยวได้ดีที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ซึ่งนั่นน่าจะทำให้ทริปการเดินทางครั้งหน้าของชาวคู่หูเดินทางทุกท่าน จบลงได้อย่างสวยงามและน่าจดจำเป็นอย่างยิ่ง
ระหว่างเดินทางกลับมายังจังหวัดกรุงเทพฯ บนถนนสายสระบุรี-หล่มสัก อย่าลืมแวะพักรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มแสนอร่อยที่ร้าน "ธาราดล คอฟฟี่ แอนด์ เรสเตอรองก์" ร้านสวย บรรยากาศดี อาหารอร่อย และเลยจากจุดนี้ไปอีกไม่ไกลนักเรายังสามารถแวะเที่ยวชม ทุ่งดอกทานตะวันที่กำลังบานสะพรั่งต้อนรับการมาเยือนจากนักท่องเที่ยว เดินทางง่ายมีป้ายบอกตลอดเส้นทาง ได้ทุกรส ครบทุกบรรยากาศกับคู่หูเดินทาง
TIPS รู้ก่อนเที่ยว
รถยนต์ส่วนตัว
1. เส้นทาง จากกรุงเทพฯ (ห้างฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต) ใช้ถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) มุ่งหน้าสู่จังหวัดสระบุรี ประมาณ 75 กิโลเมตร จะถึงตัวเมืองสระบุรี จากนั้นขับตรงไปมุ่งหน้าสู่จังหวัดลพบุรี ประมาณ 16 กิโลเมตร สู่ภูทับเบิก จากเพชรบูรณ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ประมาณ 40 กิโลเมตร ถึงสี่แยกหล่มสัก ตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 203 อีก 13 กิโลเมตร พบป้ายบอกทางไปอุทยานแห่งชาติ ภูหินร่องกล้า ตามทางหลวง 2011 และทางหลวงหมายเลข 2331 อีก 40 กิโลเมตร ถึงด่านเก็บค่าธรรมเนียมของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จากตรงนี้มีทางแยกขวาเข้าหมู่บ้านทับเบิกไปอีก 6 กิโลเมตร เส้นทางจากหล่มเก่ามาภูทับเบิกจะสูงชันและคดเคี้ยวมาก รถบัสไม่สามารถขึ้นได้ ผู้ที่ใช้รถยนต์หรือรถตู้ ควรขับรถด้วยความระมัดระวัง
2. อีกเส้นทางหนึ่งใช้เส้นทางด้านอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ผ่านอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าเลยที่ทำการ อุทยานฯ มาประมาณ 24 กิโลเมตร จะถึงภูทับเบิกหากขับรถต่อไปจะมาบรรจบกับเส้นทางที่ จะลงไปยัง อำเภอหล่มเก่า
รถประจำทาง
• นั่งรถโดยสาร บขส. กรุงเทพฯ - หล่มสัก ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง มาลงที่หล่มสัก หลังจากนั้นเหมาสองแถวที่อยู่บริเวณหล่มสักเพื่อขึ้นสู่ภูทับเบิก อัตราค่าจ้างประมาณ 1,200 บาท หรือแล้วแต่ตกลง สอบถามข้อมูลรถสองแถว โทร. 08-6119-1092
สอบถามตารางเวลาเดินรถ บขส. ที่ Call Center 1490 เรียก บขส


ที่มา  :  http://travel.sanook.com/929561

เดินป่าหน้าฝน

5 สุดยอดสถานที่เที่ยวเดินป่าหน้าฝน

เข้าสู่ฤดูฝนมองไปทางไหนหัวใจก็ชุ่มฉ่ำไปด้วยความเขียวขจีของต้นไม้ใบหญ้า หลังจากที่โรยรามานานหลายเดือน คราวนี้คงได้เริงร่ารับสายฝนที่พรำลงมากันอย่างสนุกสนาน และได้เวลาของนักเดินป่าทั้งหลายที่จะเตรียมตัวแบกเป้เข้าป่าอีกครั้งเพื่อไปชมความงามของธรรมชาติในช่วงฤดูฝน ป่าที่ไหนน่าเที่ยวชมบ้างตามไปดูกัน...พร้อมแล้วก็ออกเดินทางกันได้เลย

1. อช. เขาใหญ่ จ. นครราชสีมา
เป็นสถานที่เดินป่าที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกไปแล้ว เป็นที่ที่นักเดินทางหัวใจสีเขียวต้องไม่พลาด เพราะที่นี่นั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวให้คุณได้ศึกษาธรรมชาติมากมายหลายแห่ง ทั้งทุ่งหญ้า ป่าเขา และน้ำตกที่แสนงดงาม นอกจากนี้ยังมีสัตว์ป่าหายากหลายชนิด เช่น ช้าง กระทิง นกเงือก เป็นต้น ซึ่งทาง อช. ได้จัดเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติไว้หลายเส้นทาง ส่วนใครที่ชอบน้ำตกก็มีน้ำตกชื่อดังอย่างน้ำตกเหวสุวัต น้ำตกเหวนรก ให้คุณได้ชมท่ามกลางป่าดงดิบพื้นสุดท้ายของดงพญาเย็น
สอบถามรายละเอียดได้ที่ ททท. สำนักงานนครราชสีมา โทร. 0 4421 3666, 0 4421 3030

2. อช. ภูสอยดาว จ. อุตรดิตถ์
มีพื้นที่สภาพป่าค่อนข้างสมบูรณ์ปกคลุมไปด้วยป่าธรรมชาติที่สวยงาม เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ยอดสูงสุดของภูสอยดาวสูงจากระดับน้ำทะเล 2,102 เมตร ซึ่งสูงเป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย มีจุดเด่นที่น่าสนใจและเป็นที่ดึงดูดใจของนักท่องเที่ยว ได้แก่ น้ำตกภูสอยดาว เป็นน้ำตก 5 ชั้น และการผจญภัยขึ้นสู่ลานสนสามใบอันสวยงาม มีเนื้อที่กว้างประมาณ 1,000 ไร่ ที่นี่คุณจะได้พบกับดอกหงอนนาคที่ชูช่อล้อเล่นกับเม็ดฝนเป็นทุ่งกว้าง อีกทั้งเห็ดนานาชนิดที่ขึ้นในช่วงฤดูฝน ใครเป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติรับรองว่าคุ้มค่ากับความเหนื่อยยากในการเดินทางแน่ๆ
สอบถามรายละเอียดได้ที่ ททท.สำนักงานแพร่ โทร.0 5452 1118

3. อช. น้ำหนาว จ. เพชรบูรณ์
ป่าน้ำหนาวเป็นเขตกั้นระหว่างภาคอีสานและภาคเหนือสภาพพื้นที่ทั่วไปเป็นเทือกเขาสูงทอดยาวผ่านจังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยทั่วไปอากาศหนาว เย็นในตอนดึกและตอนเช้า ส่วนใหญ่ตอนกลางวันอากาศเย็นสบาย จึงกล่าวได้ว่าอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวมีอากาศหนาวเย็นตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 25 องศาเซลเซียส แม้ว่านักท่องเที่ยวส่วนมากจะมาเยือนป่าน้ำหนาวในช่วงฤดูหนาว แต่ในช่วงฤดูฝนน้ำหนาวก็นับว่ามีเสน่ห์และชวนหลงใหลเพราะป่าสนเขานั้นจะชุ่มฉ่ำไปด้วยละอองฝน ผืนป่าเต็มไปด้วยผีเสื้อนานาพันธุ์ อีกทั้งยังมีดอกไม้ป่าและกล้วยไม้ดินที่พร้อมใจกันออกดอกให้นักท่องป่าได้ยลโฉมด้วย
สอบถามรายละเอียดได้ที่ ททท. สำนักงานพิษณุโลก โทร. 0 5525 2742-3
4. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จ. เลย
เป็นอีกภูหนึ่งที่ชื่อเสียงว่าเป็นแหล่งรวมพันธุ์พืชโดยเฉพาะไม้ดอก และกล้วยไม้มีมากกว่าที่ใดๆ แต่ด้วยเหตุที่สถานที่แห่งนี้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า การที่จะมาเยือนนั้นต้องได้รับอนุญาติจากกรมป่าไม้ก่อน เส้นทางศึกษาธรรมชาติบนภูหลวง  เป็นเส้นทางเดินต่อเนื่องกันคุณจะได้เดินผ่านป่าดงดิบ ลำห้วย ป่าสนสามใบ และทุ่งดอกไม้สลับทุ่งหญ้าหลายชนิด อีกทั้งยังมีกุหลาบขาวและกล้วยไม้ป่าต่าง ๆ ให้ชมบริเวณผาโหล่นแต้ อีกทั้งยังมีจุดชมทิวทัศน์ของภูหอ ภูกระดึง นอกจากนี้ยังมีจุดท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ ผากบ ผาชมวิว โหล่นช้างผึ้ง ซุ้มงูเห่า และน้ำตกสายทอง
สอบถามรายละเอียดได้ที่ ททท. สำนักงานเลย โทร. 0 4281 2812
5.อช. ภูหินร่องกล้า จ. พิษณุโลก
ภูหินร่องกล้า มีระดับความสูงจากน้ำทะเล 1,300-1,400 เมตร ในช่วงฤดูฝนเมฆฝนจะปกคลุมยอดเขาเป็นไอหมอกขาวสวยงามมาก โดยเฉพาะเส้นทางท่องเที่ยวชมลานหินปุ่ม ผาชูธง คุณจะได้ชมแหล่งต้นน้ำที่ไหลผ่านลานหิน เต็มไปด้วยดอกไม้ป่าที่บานสะพรั่งรับน้ำฝนบนลานหิน เช่น หงส์ทอง เปราะภู และยังปกคลุมไปด้วยมอส ตะไคร่ เฟิน และกล้วยไม้ชนิดต่างๆ ซึ่งทางอุทยานตั้งชื่อเส้นทางเดินป่าแห่งนี้ว่า "สวรรค์บนดิน" นอกจากนี้ยังมีน้ำตกหลายแห่ง เช่น น้ำตกหมันแดง น้ำตกศรีพัชรินทร์ น้ำตกผาลาด และน้ำตกตาดฟ้า เป็นต้น



ที่มา  :  http://travel.sanook.com/938268/5-%

บ้านผางาม รีสอร์ท

บ้านผางาม รีสอร์ท

บ้านผางาม รีสอร์ท จ.ปราจีนบุรี
บ้านผางาม รีสอร์ท
บ้านผางาม รีสอร์ท
โชว์ควงกระบองไฟ
โรยตัวน้ำตกเวฬุวัน     ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก ที่จังหวัดปราจีนบุรี กิจกรรมดีๆ ที่อยากจะนำเสนอ หากวันหยุดของคุณมีจำกัด การเดินทางของพวกเราครั้งนี้ คงน่าสนใจไม่น้อย สำหรับนักผจญภัย ที่อยากจะตื่นเต้นอย่างปลอดภัย ครั้งนี้เราเดินทางเพื่อมาสัมผัส กับกิจกรรมของ บ้านผางาม บ้านพักแห่งการผจญภัย ความประทับใจที่ได้รับ เริ่มตั้งแต่ต้นจนจบจริงๆ หน้าผาจำลอง บ้านผางาม รีสอร์ท
โรยตัวน้ำตกเวฬุวัน
โรยตัวน้ำตกเวฬุวันบ้านผางาม รีสอร์ท     กิจกรรมยอดนิยม ของบ้านผางาม จะเป็นกิจกรรมผจญภัย ที่ทางบ้านผางามจัดขึ้น มีให้เลือกตื่นเต้นกันหลากชนิดทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น การขี่เสือภูเขา บนเส้นทางธรรมชาติ ผางามลอยฟ้า ปีนหน้าผาจำลอง หรือสุดยอดความตื่นเต้น ก็ต้องการโรยตัวจากหน้าผา ยิ่งเดือนมิถุนายนนี้ ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สนับสนุนให้เป็น เดือนแห่งการผจญภัย "เที่ยวไทยหัวใจสีเขียว" 
โรยตัวน้ำตกเวฬุวัน     อย่างเรา หรือจะพลาด ไปเลยแม้มีเวลาว่างแค่เสาร์ อาทิตย์ ก็พอแล้ว ที่จะเก็บเกี่ยว ความประทับใจอันน่าตื่นเต้นกลับมา เราเดินทางถึงที่พักกัน ในค่ำคืนวันศุกร์ เพื่อหวังว่าจะตื่นขึ้นรับอากาศบริสุทธิ์ ท่ามกลางขุนเขา กับเช้าวันใหม่และจะได้เริ่มกิจกรรมกันแต่เช้า หน้าผาจำลอง บ้านผางาม รีสอร์ท
โรยตัวน้ำตกเวฬุวัน
หน้าผาจำลอง บ้านผางาม รีสอร์ท
หน้าผาจำลอง บ้านผางาม รีสอร์ท
      เกือบลืมบอกไปว่า หลายคนอาจจะคุ้นหูกับชื่อที่พักแห่งนี้ ก็เจ้าของรีสอร์ท เคย แต่งงานริมหน้าผา ลงข่าวเสียโด่งดัง แถม 14 ก.พ. วันแห่งความรัก ที่ผ่านมา ยังจัดงานจดทะเบียนสมรสริมหน้าผา ให้โด่งดังกันไปทั่วบ้านทั่วเมือง แต่งงานได้ตื่นเต้นขนาดนี้ วันนี้มาถึงก็ต้องขอพิสูจน์ เสียหน่อยว่า การโรยตัวลงไป จากผาน้ำตก ที่สูงกว่า 60 เมตร จะหน้าหวาดเสียวขนาดไหน เพื่อว่าจะมีโอกาสมา จดทะเบียนกับเขาบ้าง (ลองก่อนเดี๋ยวหน้าแตก จะได้ไปจดทะเบียนที่อื่นแทน ถ้าทำไม่ได้) หน้าผาจำลอง บ้านผางาม รีสอร์ทกิจกรรมใน บ้านผางาม รีสอร์ท
กิจกรรมใน บ้านผางาม รีสอร์ทกิจกรรมใน บ้านผางาม รีสอร์ท     ก่อนที่จะไปกันที่หน้าผาจริง ก็ต้อง มีการซ้อมกันสักหน่อย เริ่มด้วยกิจกรรมเล็กๆ ไม่ค่อยเสียวก็แล้วกัน "ผางามลอยฟ้า" อันนี้เล่นได้หมด ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ แค่จับไว้แน่นๆ แล้วเข้าก็จะปล่อยตัวเราจาก หอคอยบนเนินสูง ไหลไปตามสลิง มีให้เลือกระดับความเร็วด้วยนะ คุณเอ กับคุณบี (เจ้าของรีสอร์ท สองฝาแฝด) บอกกับเราว่าจะเลือกแบบไหนดี 1. หวานเย็น 2. ธรรมดา 3. ซาดิสต์ อย่างพวกเราก็ต้องแบบ ซาดิสต์ ซิจริงมั๊ย 
บ้านผางาม รีสอร์ท     สวมใส่อุปกรณ์แล้วลุยเลย พอล๊อคตัวกับสลิงได้ ก็ได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ฝีมือถ่ายรูป ที่นี่สวยน่าประทับใจ นะครับ มีรูปดารา ที่เคยมาร่วมกิจกรรม ติดอยู่เต็มบ้านผางามไปหมด มีรูป คุณติ๊ก เจษฎาพร ด้วยนะ เพิ่งมาเมื่อไม่นาน เห็นตัวอย่าง รูปแล้ว หลายๆคนเขา ทำได้อย่างสบายๆ แม้แต่เด็กๆ แล้วอย่างนี้จะยอมแพ้ไม่ได้ ลุยเลยครับเอาแบบ ซาดิสต์ ...ไป 
กิจกรรมใน บ้านผางาม รีสอร์ท    จากนั้น ก็ไม่พลาดที่จะ ปีนหน้าผาจำลอง เพื่อซ้อม ก่อนเจอหน้าผาจริง อันนี้ ต้องขอบอกก่อนว่าปีนแพ้พี่ นุบางบ่อ ผาสูงมากเลย ปีนได้ครึ่งเดี๋ยวเอง เลือกปีนตรงไหนไม่เลือก เลือกที่ยากๆ ก็แพ้เขาสิ ปีนฝั่งง่ายๆ ให้ได้ความภูมิใจก่อนก็ไม่ได้  คุณ เอกับ คุณบี (เจ้าของรีสอร์ท สองฝาแฝด) ของเราก็ ทั้งสอนทั้งให้กำลังใจ แต่ก็ไม่ไหวแล้ว ขอลงดีกว่าดูคนอื่นปีนก็ได้ ได้ยินมาว่ากิจกรรมนี้ เป็นที่นิยมกันมากในหมู่ผู้หญิง คือผู้หญิงมาปีนหน้าผาจำลองมากกว่าผู้ชายนั้นแหละ อาจเป็นได้ ผู้ชายอาจกลัวเสียหน้า แพ้ผู้หญิง ไม่ปีนซะเลยดีกว่า เด็กตัวเล็กๆ ยังปีนถึงยอดเลย ....
โรยตัวน้ำตกเวฬุวัน     ก่อนไปโรยตัวกันที่น้ำตกก็ มาซ้อมการโรยตัวที่ถูกวิธีกันก่อน จะมีเจ้าหน้าที่ ช่วยสอนเรา ที่ซ้อมสูงไม่กี่เมตร แต่ของจริงนะ น้ำตกสูง 60 เมตร แต่คิดไปคิดมา ความกล้าก็เกิด ก็ไอ้รูปที่ติด อยู่รอบๆ บ้านผางามนะซิ รูปดาราผู้หญิงเยอะแยะไปหมด เขายังทำได้มีรูปเป็นที่ระลึกกลับมากัน เราก็ต้องทำได้ ต้องเชื่อมั่นในอุปกรณ์ แต่เชื่อเถอะ ปลอดภัยแน่นอน แต่นี้ครั้งแรกของผมนะ มันก็มีปอดกันนิดหน่อย 
โรยตัวน้ำตกเวฬุวัน     หลังจากที่ทุกอย่างพร้อมเราก็เคลื่อนย้ายตัวเองไปที่น้ำตกเวฬุวัน อยู่ห่างจากบ้านผางามไม่ไกลนัก นั่งรถกะบะ ของบ้านผางามไปไม่กี่นาที ก็มาถึง เห็นครั้งแรกก็เสียวกับความสูงแล้ว แต่ก็ต้องเชื่อมั่น...ลุยโรยตัวน้ำตกเวฬุวัน
    ทีมงานของบ้านผางามจะกระจายกันอยู่เป็นจุดๆ ระหว่างหน้าผา เพื่อดูแลพวกเรา (วันเสาร์ เขาใส่เสื้อสีม่วงกัน และวันอาทิตย์ จะใส่เสื้อสีแดง ) ทำอย่างที่ซ้อมมานะ แล้วคนแรกในทีมเราที่ลงไปก็คือ ลุงจิ๊บ ไปพร้อมกับกล้องคู่ใจ เพื่อจะได้ถ่ายภาพก่อน ตอนพวกผมไต่ลงไป ตามด้วย พี่ นุ บางบ่อ ที่ก็ต้องถือกล้องลงไปเช่นกัน  มีแต่เรานี้แหละ ตัวเปล่า ไม่ต้องทำอะไร แต่บอกไว้ก่อนนะ คราวหน้าถ้าใครคิดจะมา ให้ใส่เสื้อสีสดๆ เวลาถ่ายรูป ออกมาจะได้เห็นชัดๆ  หรือคิดว่าไต่ลงมาก็น่ากลัวแล้ว คงถ่ายรูปไม่ได้หรอก ไม่ต้องห่วง คุณเอ กับคุณบี เข้าบริการลูกค้าอย่างดี ถ่ายรูปให้ด้วย กลับที่พักปั๊บได้รูปทันที โรยตัวน้ำตกเวฬุวัน
     ความตื่นเต้นมันอยู่ที่นี้แล้ว ไม่ค่อยอยากจะมองลงไปข้างล่างเลย อย่างน้อยก็ดีนะมี staff คอยดูแลเราตลอดเวลา คอยบอกทาง ด้วยความสูง 60 เมตร เมื่อมาถึงช่วงหนึ่งของผาน้ำตก จึงต้องมีการเปลี่ยนเชือกด้วย เพราะเชือกยาวไม่พอ เสียวมาก ตอนลง แต่ staff ของบ้านผางามบอกผมว่า ถ้าฝนตกนะจะสนุกกว่านี้อีก ฝนตกมันก็ลื่นซิ นั้นแหละมัน นอกจากการไต่ลงมาธรรมดาแล้ว ก็ยังมีแบบ Jump ด้วยนะ เคยเห็นในหนังใช่มั๊ย ที่เป็นแบบกระโดด เด้งกับหน้าผาเป็นช่วงๆ ดูแล้วเท่ดี แต่มือใหม่ขอแค่นี้ก็พอ แต่ รูสึกว่า จะโดนยุอยู่เหมือนกัน แต่ยุไม่ขึ้นไว้รอบหน้าก็แล้วกัน โรยตัวน้ำตกเวฬุวัน
     พวกเราอาจจะไต่นานกว่าคนอื่นเข้าบ้าง ก็เพราะต้องถ่ายรูป คิดดูเอาก็แล้วกัน ตอนซ้อม กล้องแทบหลุดมือ ถ่ายยาก เพราะมือหนึ่งต้อง ใส่ถุงมือด้วย พอได้มาสัมผัสจริงที่ผาจริงๆอย่างนี้ ต้องขอบอกว่าประทับใจมากๆ ความสำเร็จที่นี้ แม้ไม่ยิ่งใหญ่อย่าง เขาเอเวอเรสต์ แต่ก็ภูมิใจมากๆ
โรยตัวน้ำตกเวฬุวัน     กิจกรรมทั้งหมด ของบ้านผางาม แม้คุณไม่ได้เข้าพักที่บ้านผางามก็ สามารถเล่นได้นะครับ เพราะจะเป็นระบบคูปอง เหมือนไปเล่นสวนสนุกเลยนะ ผ่านกิจกรรมผจญภัยของเขาแล้ว เขาจะมีใบรับรองให้ด้วยนะ ว่าคุณได้ทำสำเร็จแล้ว เอาไปโชว์เพื่อๆได้เลย 
    ไม่ใช่จบแค่นี้ ตอนกลางคืนเข้ายังมี กิจกรรมดีๆ คุณเอ กับคุณบี โชว์เองเลยด้วย ได้ยินว่า มีทุกคืนวันเสาร์ นั้นก็คือ การโชว์ คนป่าควงกระบองไฟ สวยงามและ ก็น่าประทับใจอีกแล้ว
    หากใครหาที่ ผจญภัย ก็อย่าลืมบ้านผางามล่ะครับ รับรองไม่ผิดหวังกับความประทับใจ แม้ตอนลายังไม่ยากไป อยากเล่นอีก (อันนี้คิดในใจ)
โชว์ควงกระบองไฟ
โชว์ควงกระบองไฟ
โชว์ควงกระบองไฟ
ขอขอบคุณ บ้านผางามรีสอร์ท มา ณ ที่นี่ กับการต้อนรับและการดูแลอย่างดี ไม่ใช่เพียงแค่พวกเรา แต่ทุกคน ที่เราพบได้รับการดูแลอย่างดีเช่นกัน 



ที่มา  :  http://travel.sanook.com/